fifa55 banner

อาร์เซนอล เบียดเชลซีคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยที่ 14

อาร์เซนอล เจ๋ง เบียดสิงโตน้ำเงินครามเข้าป้ายคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยที่ 14

เรียกได้ว่าสาวก เดอะกันเนอร์ส ต่างก็หน้าชื่นตาบานกันอย่างเต็มที่หลังจากที่เกมเมื่อคืนพวกเขาสามารถเอาชนะรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จและถือว่าพวกเขาได้เป็นแชมป์ สมัยที่ 14 เลยทีเดียว

ข่าวกีฬา, เอฟเอคัพ, อาร์เซนอล

คงจะไม่พูดถึงข่าวนี้ก็คงจะไม่ได้อย่างแน่นอน หลังจากที่ทางด้าน ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เบียดแซงเชลซี เก็บชัยชนะรอบชิงได้อย่างสวยหรู และคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยที่ 14 มาครองได้สมใจ รวมไปถึงพวกเขาจะได้กลับไปลงเล่น ยูฟ่า ยูโรปาลีก ในฤดูกาลหน้าอีกด้วย ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ มิเกล อาร์เตต้า และทีมอาร์เซนอล โดยที่ในเกมนี้ผู้ที่ถือว่าเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ก็คงจะหนีไม่พ้น ปิแอร์ เอเมอร์ริค โอบาเมยอง โดยที่เขาสามารถทำได้ถึง 2 ประตูและพาอาร์เซนอลคว้าชัยได้สำเร็จ และถือว่าเป็นโทรฟี่แรกของ มิเกล อาร์เตต้า ในนามของกุนซือหนุ่มไฟแรงที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำทีมของอาร์เซนอลให้มีรูปแบบการเข้าทำที่น่าติดตามอีกครั้งหลังจาก อาแซง แวงเกอร์ วางมือไป ruaymak

เชื่อว่าเหล่า เดอะกันเนอร์ส หรือแฟนๆ ทั่วโลกของพวกเขานั้นต่างก็คงจะต้องมีความปลื่มปิติและยินดีกับทีมไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับเกมเมื่อคืน ณ สนาม เวมบลี่ย สเตเดี้ยม ถือว่าเป็นเกม ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ในเวอร์ชั่นคู่ชิงศึก เอฟเอ คัพ เชื่อว่าเหล่าบรรดาแฟนบอลหลายต่อหลายทีมก็คงจะต้องให้ความสนใจมากเช่นกัน ก่อนเตะทางด้านอาร์เซนอลนั้นมีสถิติการเป็นแชมป์ในรายการนี้ถึง 13 ครั้ง ถือว่าผลงานของเขานั้นทำได้ยอดเยี่ยมกับรายการนี้ ในเกมนี้ด้านกุนซือหนุ่มของ อาร์เซนอล นั้นได้วางสามประสานในแดนหน้าเป็น นิโกลาส เปเป้, อเล็กซองต์ ลากาแซตต์ และ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง โดยที่ทางด้านเชลซี ก็ถือว่าพวกเขามีผลงานที่ยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด และพวกเขาก็พร้อมที่จะล่าแชมป์ถ้วยใบนี้เพื่อเป็นรางวัลแรกของทีมชุดนี้ และแลมพาร์ดเช่นกัน

ข่าวกีฬา, เอฟเอคัพ, อาร์เซนอล

เริ่มต้นที่ครึ่งแรกเพียงแค่ไม่กี่นาที ในนาทีที่ 3 ทางด้าน อาร์เซนอลได้ทักทายก่อนจากลูกโหม่งของ โอบาเมยอง แต่หลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย และในนาทีถัดมาก็เป็นทางฝั่ง เชลซี ที่มีโอกาสบ้าง โดย เมสัน เมาน์ท ซัดหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งเกือบเสียบเสา แต่ทว่า มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูอาร์เซนอลปัดออกไปได้ และยังคงเป็นการบุกอย่างต่อเนื่องของทางด้านเชลซีเป็นประตูแรกนำไปก่อน 1-0 โดย พูลิซิช รับบอลจาก ชิรูด์ ซัดด้วยขวาเข้าไปอย่างสวยงาม เกมดำเนินต่อไปด้วยการผลัดกันรุกและรับอย่างสนุก จนมาถึงในนาทีที่ 28 โอบาเมยอง โดนทำฟาล์วในเขตโทษ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมาซัดเข้าไปทางมุมขวาเบียดเสาเข้าไปอย่างสวยงาม และเกมทั้งสองทีมต่างก็ยังคงผลัดกันครองเกมอย่างสนุกจนจบครึ่งแรก สกอร์อยู่ที่ 1-1 กลับมาเริ่มต้นในครึ่งหลังเพียงแค่ในนาทีแรกทางด้าน คริสเตียน พูลิซิซ ได้กระชากจากครึ่งสนามและยิงด้วยขวาเกือบเป็นประตูแต่ทว่าเขาดันมาได้รับอาการบาดเจ็บก่อนยิงเพียงเล็กน้อยทำให้พลาดไปอย่างน่าเสียดาย

และนี่ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของทีม เชลซี เลยทีเดียวที่จะต้องเสียทางด้าน พูลิซิช ที่กำลังฟอร์มดีในเกมนี้ก่อนที่จะส่ง เปโดร ลงมาแทนและเราจะเห็นได้ว่าความอันตรายของเชลซีลดพลังลงอย่างเห็นได้ชัด จนมาถึงในนาทีที่ 67 จาก โอบาเมยองคนเดิมโดยที่เป็นการลากเลื้อยจากกลางสนามของทางด้าน เอคตอร์ เบยาริน ก่อนที่จะโดนสะกัดไปเข้าทางเปเป้ และจ่ายขวางสนามมาให้ โอบาเมยอง ดวลตัวๆ กับกองหลังหลุดไปถึงผู้รักษาประตูก่อนที่จะชิพข้ามตัว กาบายาโร่ ไปอย่างสวยงาม จึงทำให้สถานการณ์ต่างๆ ของเชลซีแย่ลงไปอีกและในนาทีที่ 73 พวกเขาจะต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน โดยที่ โควาซิซ โดนใบเหลืองที่ 2 ต้องออกจากสนาม จึงทำให้รูปเกมต่างๆ ของทางด้านเชลซีนั้นไม่สามารถเร่งเครื่องกลับมาด้วยสถานะการณ์ผู้เล่น 10 คนจึงทำให้ทางด้าน ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เบียดแซงเอาชนะและได้ครอง แชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยที่ 14 ไปได้สมใจ พร้อมกับพวกเขาได้โควต้าไปลุยฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในฤดูกาลหน้าอีกด้วย

ติดตาม ข่าวกีฬา และข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจจากเราได้ที่ FIFA55

fifa55 banner